นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง เนื่องจากลูกจ้างไม่ไปทำงาน ณ ที่ทำงานที่ตั้งแห่งใหม่ ลูกจ้างจึงนำคดีไปฟ้องศาลแรงงานให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชย

ถามว่า นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเนื่องจากลูกจ้างไม่ไปทำงาน ณ ที่ทำงานที่ตั้งแห่งใหม่สืบเนื่องมาจากนายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้งที่แห่งใหม่ ซึ่งห่างจากที่เดิมประมาณ 100 กม. ลูกจ้างจึงนำคดีไปฟ้องศาลแรงงานให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชย

กรณีเช่นนี้ นายจ้างอ้างว่าลูกจ้างไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากมิได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาและมีคำสั่งก่อนได้หรือไม่ ?

คำตอบ กรณีที่ลูกจ้างฟ้องอ้างว่านายจ้างเลิกจ้าง ไม่จ่ายค่าชดเชยตามพรบ.คุ้มครอง แรงงานฯ ม.118  มิใช่กรณีลูกจ้างฟ้องเรียกค่าชดเชยพิเศษ อันเนื่องมาจากกรณีนายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้งสถานที่อื่น ตามม.120 หากฟังว่านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิด

ลูกจ้างจึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามม.118 กรณีนี้ หามีบทบัญญัติกฎหมายบังคับให้ต้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานเพื่อพิจารณาและมีคำสั่งก่อนที่จะนำคดีสู่ศาลแรงงานไม่ ลูกจ้างจึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าชดเชยจาก นายจ้างต่อศาลฯได้

ฎีกาที่ 13574-75/2557

คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังว่า นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการจากเขตจอมทอง กทม.ไปที่จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากที่เดิมประมาณ 100 กม. ลูกจ้างไม่ประสงค์ไปทำงานที่ใหม่ เพราะมีภาระทางครอบครัว นายจ้างแจ้งให้ลูกจ้างทราบแล้ว ลูกจ้างจึงไปยื่นคณะกรรมการสวัสดิการฯ แต่เจ้าหน้าที่ไต่สวนแล้วแนะนำให้ลูกจ้างไปฟ้องศาลเนื่องจากไม่เป็นการแน่ชัดว่า นายจ้างปิดโรงงานแล้วเลิกจ้างลูกจ้าง หรือเป็นเรื่องการย้ายสถานประกอบกิจการ เมื่อลูกจ้างจึงนำคดีมาสู่ศาลแรงงาน โดยนายจ้างโต้แย้งว่า ลูกจ้างไม่มีอำนาจฟ้องเพราะเข้ากรณี เป็นการย้ายสถานประกอบกิจการ และศาลฟังว่า นายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้ทำผิด จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้าง

ข้อสังเกต

1.การย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้งที่อื่นตามม.120 และการเลิกจ้างอาจมีความคาบเกี่ยวกันอย่างคดีข้างต้น กรณีนายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการตามม.120 แต่ลูกจ้างไม่ไป นายจ้างจึงเลิกจ้างนั้น การที่ลูกจ้างไม่ไปทำงานที่แห่งใหม่ ไม่ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่เพราะลูกจ้างมีสิทธิไม่ไปและมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างเพื่อใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการฯ ตามม.120 สั่งให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษได้ แต่เมื่อลูกจ้างยังไม่ได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างเพราะนายจ้างเลิกจ้างก่อน ลูกจ้างจึงมีสิทธินำคดีมาสู่ศาลเพื่อฟ้องนายจ้างเรียกค่าชดเชยหรืออาจยื่นคำร้องให้พนักงานตรวจแรงงานสอบสวนและออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยได้ตาม ม. 123,124 แห่งพรบ.คุ้มครองแรงงานฯ แต่ต้องเลือกใช้สิทธิทางใดทางหนึ่ง เท่านั้น

2.ถ้านายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้งที่อื่นตามม.120 แต่ลูกจ้างไม่ไป จึงบอกเลิกสัญญาจ้าง โดยที่นายจ้างยังมิได้เลิกจ้างหรือบอกภายหลัง ลูกจ้างย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการฯพิจารณาและมีคำสั่งก่อน เมื่อคณะกรรมการฯ มีคำสั่งแล้ว หากลูกจ้างหรือนายจ้างไม่พอใจ  จึงจะมีสิทธินำคดีไปสู่ศาลแรงงานตาม ม.120 วรรคท้าย นายจ้าง/ลูกจ้างจะนำคดีไปสู่ศาลโดยที่คณะกรรมฯ ยังไม่มีคำสั่งไม่ได้เพราะถือว่ากฎหมายกำหนดขั้นตอนก่อนฟ้องคดีไว้ตาม ม.8 วรรคท้าย แห่งพรบ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ

สรุป หากเป็นกรณีนายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้งที่อื่นตามม.120 แห่งพรบ.คุ้มครองแรงงานฯ ลูกจ้างจะใช้สิทธิเรียกค่าชดเชยประเภทใดจากนายจ้างนั้นก็อยู่ที่ว่าใครจะใช้สิทธิเลิกสัญญาจ้างไวกว่า หากนายจ้างใช้สิทธิเลิกจ้างตามม.118 ว 2 ก่อน ลูกจ้างก็เรียกค่าชดเชยตามม.118 หากลูกจ้างใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาก่อน ลูกจ้างก็ใช้สิทธิเรียกค่าชดเชยพิเศษตาม ขั้นตอนในม.120

สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัด ชั้น 2 ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300
โทรศัพท์/โทรสาร 053 890 472     อีเมล์ chiangmai@labour.mail.go.th