ค่าเสียหายจากการที่ลูกจ้างไม่ส่งมอบงานแก่นายจ้าง

ค่าเสียหายจากการที่ลูกจ้างไม่ส่งมอบ งานแก่นายจ้าง ?

ในกรณีที่สัญญาจ้างสิ้นสุดลงไม่ว่าจะเกิดจากการเลิกจ้างหรือลาออก แม้กฎหมายจะมิได้ระบุให้ลูกจ้างต้องส่งมอบงานหรือทรัพย์สินของนายจ้างที่ลูกจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบให้แก่นายจ้างก็ตาม แต่ถ้านายจ้างกำหนดให้ลูกจ้างต้องส่งมอบให้กับนายจ้างแล้ว เกิดความเสียหายแก่นายจ้าง ลูกจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้างด้วย เช่น ฎีกาที่ 5461/2555

คดีนี้ลูกจ้างฟ้องเรียกค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากนายจ้าง

และนายจ้างได้ฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากลูกจ้างซึ่งมีหน้าที่ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ที่จงใจไม่ส่งมอบงานเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ลูกจ้างควบคุม โดยลูกจ้างไม่ยอมส่งมอบรหัสหรือข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นเหตุให้ระบบคอมฯไม่อาจทำงานได้ ต้องจ้างบุคคลภายนอกมาดำเนินการ เสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 2.6 แสนบาทเศษ

แต่ศาลกำหนดให้ลูกจ้างจ่ายเพียง 10,000 บาท เพราะนายจ้างกำหนดเวลาส่งมอบงานไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการเลิกจ้าง (เลิกจ้าง 5 ส.ค.2547 โดยมีผลวันที่ 6 ส.ค. ให้ลูกจ้างส่งมอบงานตอนเย็น) การไม่ส่งมอบงานให้นายจ้างจึงเกิดความ เสียหายเพียงเล็กน้อย

สรุป แม้คดีนี้นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าให้ถูกต้อง ซึ่งลูกจ้างมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าว เพราะ ลูกจ้างมิได้กระทำความผิดก็ตาม แต่การที่ลูกจ้างไม่ส่งมอบงานให้นายจ้างจนทำให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้าง ลูกจ้างก็ต้องรับผิดต่อนายจ้างเช่นกัน

กรณีข้างต้น ถ้าลูกจ้างมายื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน หากพนักงานตรวจสอบสวนแล้วมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยและค่าบอกกล่าว แล้วนายจ้างไม่พอใจคำสั่งก็อาจฟ้องหรือเรียกลูกจ้างให้มาเป็นจำเลยร่วมและฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายได้แม้ดูเหมือนฟ้องแย้งอาจจะไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมก็ตาม แต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและการหักกลบลบหนี้ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ศาลก็อาจให้ลูกจ้างเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับพนักงานตรวจแรงงานได้ แต่ก็มิใช่หลักตายตัวแต่เป็นดุลยพินิจของศาล

สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัด ชั้น 2 ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300
โทรศัพท์/โทรสาร 053 890 472     อีเมล์ chiangmai@labour.mail.go.th