พนักงานตรวจแรงงาน



“พนักงานตรวจแรงงาน”
หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“สถานประกอบกิจการ” หมายความว่า หน่วยงานแต่ละแห่งของนายจ้างที่มีลูกจ้างทํางาน อยู่ในหน่วยงานและหมายความรวมถึงสํานักงานของนายจ้างและสถานที่ทํางานของลูกจ้าง

“การตรวจสถานประกอบกิจการ” หมายความว่า การที่พนักงานตรวจแรงงานเข้าไปในสถานประกอบกิจการ เพื่อตรวจสภาพการทํางานของลูกจ้างและสภาพการจ้าง สอบถามข้อเท็จจริง ถ่ายภาพ ถ่ายสําเนาเอกสารที่เกี่ยวกับการจ้าง การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทํางานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และทะเบียนลูกจ้าง เก็บตัวอย่าง วัสดุหรือผลิตภัณฑ์เพื่อวิเคราะห์เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางาน และกระทําการอย่างอื่นเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในอันที่จะปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

เพื่อดูแลให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และคุ้มครองให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์อย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการได้รับสวัสดิการที่ดีจากนายจ้าง

ในกรณีที่มีคําร้องหรือความปรากฏแก่พนักงานตรวจแรงงาน ว่านายจ้างฝ่าฝีนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ให้พนักงานตรวจแรงงานนั้นดําเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยด่วน หากพบว่านายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ให้มีคําสั่งเป็นหนังสือให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายและติดตามผลตามคําสั่งนั้นต่อไป

กรณีพนักงานตรวจแรงงานดําเนินการตรวจแรงงานตามข้างต้นแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ดําเนินคดีทางพนักงานสอบสวนโดยเร็ว โดยไม่ต้องมีคําสั่งให้นายจ้างปฏิบัติ
  1. ความผิดที่มีพฤติการณ์พิเศษ หรือเกิดผลกระทบกับลูกจ้างจํานวนมาก
  2. ความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กโดยมีการทารุณ หน่วงเหนี่ยว กักขัง การบังคับใช้แรงงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์หรือมีการกระทําความผิดอาญาฐานอื่นรวมอยู่ด้วย
  3. ความผิดตามมาตรา 16 มาตรา 44 มาตรา 49 และ มาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
  4. ความผิดตามมาตรา 139 (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
  5. ความผิดตามมาตรา 150 หรือมาตรา 151 วรรคหนึ่ง แห1งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เฉพาะความผิดที่กระทําต่อพนักงานตรวจแรงงาน
  6. ความผิดตามมาตรา 37 มาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 39/1 วรรคหนึ่ง มาตรา 42 มาตรา 47 หรือมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายสาหัส หรือถึงแก่ความตาย
การดําเนินคดี ให้เป็นไปตามระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการดําเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและ
ความปลอดภัยในการทํางาน พ.ศ. 2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

วัตถุประสงค์ของการตรวจแรงงาน
  1. เพื่อคุ้มครองให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน โดยให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง สม่ำเสมอ และด้วยความสมัครใจ
  2. เพื่อส่งเสริมให้นายจ้างปรับปรุงสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน และสวัสดิการที่ดีขึ้น
  3. เพื่อให้คำแนะนำและให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับกฎหมาย แนวปฏิบัติและข่าวสารที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าใจวัตถุประสงค์และเห็นประโยชน์ที่ทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง จะได้รับจากการปฏิบัติตามกฎหมาย
  4. ศึกษารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการทำงาน สภาพการจ้าง ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ในการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานแรงงานต่างๆ เพื่อประกอบการวิเคราะห์หาแนวทาง แก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และพัฒนาการคุ้มครองแรงงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
  5. ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง ให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการ ทำงาน ลดความขัดแย้ง และมีความมั่นคงในการทำงานยิ่งขึ้น

ความสำคัญของการตรวจแรงงาน คือ การทำให้ลูกจ้างรู้ถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเอง และการแนะนำนายจ้างให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานได้อย่างถูกต้อง ทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์จากการบริหารกฎหมายได้อย่างทั่วถึง



เอกสารที่เกี่ยวข้อง

QR-Code มายังหน้านี้

QR-Code dieser Seite