การจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ

สหกรณ์ออมทรัพย์คืออะไร ?
สหกรณ์ออมทรัพย์คือ การที่คณะบุคคลร่วมกันดำเนินกิจการเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางด้านเศรษฐกิจ ถือเป็นสถาบันการเงินที่ส่งเสริมให้บุคคลที่เป็นสมาชิกรู้จักการประหยัด รู้จักการออมทรัพย์ และสามารถบริการเงินกู้ให้แก่สมาชิก เพื่อนำไปใช้จ่ายเมื่อเกิดความจำเป็นได้ โดยยึดหลักการช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ด้วย

วัตถุประสงค์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการคืออะไร ?
การจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการมีวัตถุประสงค์หลักสำคัญอยู่ 3 ประการคือ
  1. ส่งเสริมให้ผู้ใช้แรงงานรู้จักประหยัด และสามารถออมเงินรายได้ไว้ในทางที่มั่นคง ปลอดภัยและได้รับผลตอบแทนที่ดี เมื่อเวลาออกจากงานในอนาคตจะได้มีเงินทุนสำหรับการเลี้ยงชีพหรือลงทุนประกอบอาชีพต่อไป
  2. เพื่อเป็นการช่วยเหลือในระหว่างผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกด้วยกันในการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนทางการเงิน ซึ่งจะทำให้สามารถทำงานอยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่นตลอดไป
  3. เป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง

สร้างภูมิคุ้มกันและความไม่ประมาทต่อการดำรงชีวิตในอนาคตให้แก่ผู้ใช้แรงงาน และสอดคล้องกับนโยบายในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล

สร้างวินัยในการใช้จ่ายและเสริมภูมิคุ้มกันด้วยการออม และหากลูกจ้างมีความขัดสนเรื่องค่าใช้จ่ายก็สามารถจะกู้ยืมเงินผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ฯได้


ใครจะเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการ ?
โดยทั่วไปในการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการ จะมีผู้ริเริ่มได้ 3 กรณี กล่าวคือ
  1. นายจ้างหรือฝ่ายบริหารเล็งเห็นคุณประโยชน์ของการมีสหกรณ์ออมทรัพย์จึงดำเนินการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ให้ลูกจ้างในสถานประกอบการของตน
  2. ฝ่ายลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานเป็นผู้จัดตั้ง
  3. นายจ้างหรือฝ่ายบริหารและลูกจ้างร่วมมือกันจัดตั้ง โดยทั้ง 2 ฝ่ายเล็งเห็นคุณประโยชน์และร่วมกันเป็นสมาชิกของสหกรณ์ด้วย ซึ่งกรณีนี้จะเป็นการดีที่สุด

ทำไมนายจ้างหรือฝ่ายบริหารจึงต้องมีส่วนร่วมในการจัดตั้งสหกรณ์ ?
ในขั้นเริ่มต้นของการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการ ความร่วมมือของนายจ้างหรือฝ่ายบริหารมีผลต่อความมั่นคงและการเติบโตของ สหกรณ์เป็นอย่างยิ่งเนื่องจาก
  1. สร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความมั่นคงของสหกรณ์ให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งจะทำให้ลูกจ้างยินดีเข้าร่วมเป็นสมาชิก
  2. ในขั้นต้น นายจ้างหรือฝ่ายบริหารจะต้องให้ความช่วยเหลือในด้านบุคลากร สถานที่ตั้งของสหกรณ์การหักเงินค่าจ้างของลูกจ้างเพื่อการชำระค่าหุ้นหรือหนี้ของสหกรณ์และอาจรวม ถึงเงินให้ยืมเพื่อเป็นทุนก้อนแรกของสหกรณ์ด้วย

นายจ้างหรือฝ่ายบริหารจะได้รับประโยชน์จากสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการอย่างไร ?
นายจ้างหรือฝ่ายบริหารจะได้รับประโยชน์อย่างดียิ่ง ดังนี้คือ
  1. เป็นการช่วยเหลือลูกจ้างให้พ้นจากการกู้หนี้ยืมสินนอกระบบ และนับเป็นการช่วยเหลือที่ดีที่สุดนั่นคือการช่วยลูกจ้างให้ช่วยตนเองได้
  2. ลูกจ้างมีกำลังใจในการปฏิบัติงาน เนื่องจากไม่ต้องกังวลกับภาระหนี้สิน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดผลงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ
  3. เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดหาสวัสดิการให้แก่ลูกจ้าง ทั้งนี้เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการนั้นมีแหล่งสวัสดิการแบบเกื้อกูลกันอยู่แล้ว ทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์จะสามารถจัดกิจกรรมเสริมสวัสดิการได้ต่อไปอีก เช่น การให้ทุนการศึกษาแก่บุตรของสมาชิก การฌาปนกิจสงเคราะห์เป็นต้น
  4. การมีสหกรณ์ออมทรัพย์จะช่วยสร้างความคุ้นเคย ความเข้าใจในระหว่างลูกจ้างด้วยกัน รู้จักการให้และการรับ เข้าใจถึงคุณค่าของผู้ร่วมงาน เสริมสร้างความคิดประชาธิปไตยในการทำงานซึ่งจะส่งผลให้ลูกจ้างเกิดความสุขใน การทำงาน และนายจ้างบริหารได้อย่างราบรื่น
ลูกจ้างจะได้รับประโยชน์จากสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการอย่างไร ?
ลูกจ้าง (หรืออาจรวมทั้งฝ่ายบริหาร) ที่เป็นสมาชิกย่อมได้รับประโยชน์ดังนี้
  1. รู้จักการออมทรัพย์และได้รับเงินปันผลตอบแทนการออมทรัพย์นั้น
  2. มีแหล่งเงินกู้ในยามเดือดร้อน โดยเสียดอกเบี้ยอย่างเป็นธรรม ทั้งยังได้รับเงินเฉลี่ยคืนจากดอกเบี้ยที่เสียไปด้วย
  3. เป็นการช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกด้วยกันเองที่เดือดร้อนทางการเงิน
  4. ได้รับสวัสดิการตอบแทนอื่นๆ ซึ่งสหกรณ์ออมทรัพย์จะได้จัดขึ้น เช่น เงินทุนการศึกษาบุตรเงินช่วยเหลือกรณีสมาชิกหรือคู่สมรสของสมาชิกเสียชีวิต การประกันชีวิต เป็นต้น

การจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ
เป็นสวัสดิการด้านเศรษฐกิจให้กับผู้ใช้แรงงาน



สหกรณ์ออมทรัพย์มีการดำเนินงานอย่างไร ?
สหกรณ์ออมทรัพย์ดำเนินงานโดยสมาชิก กล่าวคือเมื่อได้มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ขึ้นในสถานประกอบการแล้ว ผู้ใช้แรงงานและฝ่ายบริหารที่เป็นสมาชิกจะเลือกตั้งตัวแทนจากที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก ให้เข้ามาบริหารงาน ตัวแทนสมาชิกนี้เรียกว่า “คณะกรรมการดำเนินการ” ซึ่งจะทำหน้าที่บริหารกิจการของสหกรณ์ โดยจะมีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อกำหนดนโยบายในการทำงานแล้วมอบให้ฝ่ายจัดการซึ่งประกอบด้วยผู้จัดการ เจ้าหน้าที่บัญชี เจ้าหน้าที่การเงิน เป็นต้น ที่คณะกรรมการฯ ได้แต่งตั้งขึ้นเป็นผู้ดำเนินการต่อไป

การออมทรัพย์กับสหกรณ์ออมทรัพย์มีกี่ประเภท ? อะไรบ้าง ?
การส่งเสริมการออมทรัพย์เป็นวัตถุประสงค์หลักของสหกรณ์ออมทรัพย์มี 2 ประเภท คือ
  1. การถือหุ้น สหกรณ์ออมทรัพย์จะให้สมาชิกทุกคนถือหุ้นมากน้อยตามความสมัครใจแต่ต้องไม่น้อยกว่าอัตราที่สหกรณ์กำหนดไว้ และให้สมาชิกชำระค่าหุ้นเป็นประจำทุกเดือน โดยสหกรณ์จะจ่ายเงินปันผลเป็นค่าตอบแทน (เหมือนกับดอกเบี้ย) ปี ละครั้ง เงินปันผลนี้ไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยให้รัฐและเมื่อสมาชิกลาออกจากสหกรณ์ก็สามารถถอนเงินค่าหุ้นคืนได้
  2. การฝากเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์จะมีบริการการเงินด้านเงินฝากทั้งประเภทเงินฝากประจำ และเงินฝากออมทรัพย์โดยผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยเช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์
ขั้นตอนการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการ
เมื่อนายจ้าง และลูกจ้างรับทราบวัตถุประสงค์ รวมทั้งแนวทางการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์แล้ว และพร้อมที่จะจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ ต้องดำเนินการดังนี้
ขั้นที่ 1 ขอคำแนะนำจากสหกรณ์จังหวัดหรือสหกรณ์อำเภอ
ขั้นที่ 2 ประชุมผู้ซึ่งประสงค์จะเป็นสมาชิก
ขั้นที่ 3 ประชุมคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์
ขั้นที่ 4 ประชุมผู้ซึ่งจะเป็นสมาชิก
ขั้นที่ 5 ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนสหกรณ์

สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการสามารถกู้ยืมเงินจากกรมสวัสดิการฯ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ



ดาวน์โหลด
loader